เหนื่อยจัง ไม่ไหวแล้ว....
posted on 22 Feb 2008 03:49 by seraphiciaคุณเคยหมดพลัง รู้สึกว่าอยากหยุดทำทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังทำอยู่บ้างมั้ย ?
ผมกำลังเป็นเช่นนั้นอยู่ ผมทิ้งทุกอย่างที่เคยแบกไว้บนหลัง ปล่อยทุกอย่างที่กำไว้ลงกับพื้น
เพราะอะไรความรู้สึกแบบนี้ถึงเกิดขึ้นกับผม.... ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าอันไหน
แต่จริงๆ แล้วคงเพราะทุกอย่างน่ะแหละ ที่ส่งผลให้ผมต้องล้มในที่สุด และการมานั่งเขียน Blog ที่นี้ก็เป็นที่พักใจอีกหนึ่งแห่งที่ผมเลือก มันรู้สึกดีนะที่เวลาคุณมีอะไรอยู่ข้างในใจและสามารถระบายมันออกมาได้ ให้คนอื่นๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมโลกเดียวกันได้รับรู้ ถึงพวกเขาจะไม่รู้จักผม และผมไม่รู้จักเขาก็ตาม
ในเรื่องการเรียน ตอนแรกผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนฉลาดหรือโง่กันแน่ บางวิชาตั้งใจอ่านหนังสืออย่างดีกลับสอบไม่ผ่านซะงั้น ส่วนไอ้ที่ไม่ได้เตรียมตัวเข้าไปสอบแบบสบายๆ ไม่คิดอะไร ผลออกมาผ่านเฉย
เรื่องการงาน มันก็ไม่ใช่งานซะทีเดียวหรอก เป็นงานเขียนบทความเกม ที่ได้เงินเพียงเล็กน้อยแลกกับบทความที่ถ้าเขียนชุ่ยๆ ไป 200 ตัวอักษรก็โอเคแล้ว แต่สำหรับใจผมแล้วงานแบบนี้จะชุ่ยไม่ได้ สุดท้ายก็เสียแรงไปไม่ค่อยคุ้มกับเงินที่ได้เท่าไหร่ แต่ก็เต็มใจนะ ก็บอกแล้วว่าผมเกิดมาเพื่อเกม
มาดูที่บ้าน ครอบครัวผมทั้งบ้านมีอยู่แค่สองคน คือแม่กับผม แค่นั้น ส่วนพี่น้องคนอื่นก็กระจัดกระจายไปละทางคือมีครอบครัวของป้าอีกสองครอบครัวที่สหรัฐอเมริกา อีกหนึ่งครอบครัวอยู่สงขลา และอีกหนึ่งครอบครัวอยู่กรุงเทพ พี่น้องที่อยู่ต่างประเทศก็สุขสบายกันชนิดที่ว่าเป็นเศรษฐีก็ว่าได้ ครอบครัวของป้าที่อยู่ภาคใต้มีลูกสองคนก็เลยส่งหลานมาคนนึงให้มาอยู่กับยายที่กรุงเทพ ซึ่งก็คือพี่ชายไม่แท้ของผมเอง เขาอยู่กับคุณยายที่สามารถเลี้ยงดูเขาได้อย่างสุขสบายเช่นกัน
มาถึงตัวผมที่มีเพียงแม่คนเดียวคอยเลี้ยงดูและดูแลมาตลอดนั้น ก็เพราะพวกเราย้ายออกมาจากบ้านของคุณยายอันเนื่องมาจากปัญหาในเครือญาติระหว่างน๊าชายน๊าหญิงกับพ่อแม่ผม พวกเรามาปลูกบ้านอยู่เองแล้วทำธุรกิจบ้านเช่าซึ่งมันก็ไม่ได้กำไรมากมายอะไร แต่ช่วงนั้นคุณแม่ก็ทำงานเป็นเลขาบริษัทสถาปนิกใหญ่แห่งหนึ่งในไทย จึงสามารถเลี้ยงให้ผมเติบโตขึ้นมาอย่างอบอุ่นไม่ขาดตกบกพร่อง จนเป็นตัวเป็นตนอยู่ทุกวันนี้ได้
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง ผมโตขึ้น คุณแม่แก่ลงงานบริษัทไม่ได้ทำแล้ว ธุรกิจบ้านเช่าก็ย่ำแย่ชนิดที่ว่าผู้เช่าข่มแหงรังแกผู้ให้เช่า มีเรื่องหนักใจกับพวกนี้ประจำ บางเดือนห้องว่างมากกว่าหนึ่งห้อง รายได้ก็หายไปเลย เงินติดลบไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ ญาติก็ไม่ช่วย คนใกล้ตัวก็มีกันอยู่แค่สองคน สุดท้ายผมก็ตัดสินใจไปทำงาน ทั้งๆ ที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่....
เดินทางไกล ต้องนั่งคุดคู้อยู่ในรถตู้ ยืนในรถเมล์ตลอดสาย แถมยังต้องมาเดินรมควันพิษในเมืองอีก
งานก็ไม่ใช่ว่าจะง่าย กลับกลายเป็นงานที่ต้องใช้มากกว่าสมองและแรงกายในการทำ
เกมก็ไม่ได้เล่น ทั้งๆ ที่ทำงานเกี่ยวกับเกมแท้ๆ แถมเน็ตออฟฟิศตอนนั้นเน่าสุดๆ ทำงานแบบย้อนไปยุค 56k
กลับบ้านดึกทุกวัน ทั้งแม่ทั้งลูกต่างเป็นห่วงกันและกัน ไม่เคยสบายใจเลยที่ต้องห่างกันนานๆ
หนังสือแทบไม่ได้อ่าน การเรียนที่แย่อยู่แล้ว ยิ่งแย่ลงไปอีก
เพื่อนฝูงเขาก็กำลังเรียน กำลังยุ่ง ตัวเราก็ยุ่งพอกัน แถมไม่ใช่พวกชอบเที่ยวอยู่แล้ว สุดท้ายก็ห่างเหิน
ธุรกิจบ้านเช่าก็แย่ลงๆ มีปัญหาได้ทุกเดือน ทั้งแม่ทั้งลูกปวดหัวแทบแตก
ญาติก็ไม่รับรู้อะไรเลย กลับกลายเป็นมามองว่าครอบครัวเราอยู่แบบนี้ไม่เห็นจะน่ามีปัญหาซะงั้น....
สุขภาพกายและใจเริ่มเสีย เข่าเสื่อม ตาสั้นลงๆ ผมไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ยิ่งร่วงเร็วเข้าไปอีก
เลยหยุด ไม่ไหวแล้วฝืนต่อไปมีหวังไม่ตายก็เป็นบ้าแน่ๆ คุณแม่ตัดสินใจประกาศขายที่ขายบ้านเอาเงินไว้ให้ผมเรียน ส่วนที่อยู่ก็ไว้ย้ายไปปลูกบ้านข้างๆ บ้านคุณยายที่อยู่ในตัวเมืองย่านปิ่นเกล้า แต่ถ้ามันเกิดมีปัญหาว่าพวกญาติๆ คนอื่นเขาไม่ยอมเพราะกลัวที่ดินยายจะยกให้กับพวกเราที่มีกันแค่สองคน พวกเราก็คงไปหาหมู่บ้านเล็กๆ ไม่ก็คอนโดธรรมดาๆ อยู่
เรื่องราวต่างๆ มากมายมันยากที่จะเขียนลงตรงนี้ทั้งหมดนะ แต่จะมาบ่นให้อ่านกันให้ครบทุกเรื่องที่ได้พบเจอเรียนรู้มาเลย และก็อาจจะมีหลายๆ คนที่หนักกว่านี้ แต่สำหรับเด็กติดเกมแบบผม ทั้งหมดนี่ก็นับเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตเหมือนกันครับ